[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
ติดต่อผ่านทาง Facebook

facebook เทศบาลตำบลไชยสถาน
เมนูหลัก
การจัดการองค์ความรู้
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 24 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก



  
ประวัติ  
 

ประวัติความเป็นมาตำบลไชยสถาน
 
ตำบลไชยสถาน  ได้ชื่อจากการตั้งชื่อวัดไชยสถาน หรือใจสถาน  อันเป็นชื่อที่ตั้งให้กับ หนานใจ  ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งวัดขึ้นจากวัดร้างชื่อวัดน้อย  ในปี พ.ศ. 2387  ต่อมาเมื่อมีการขยายพื้นที่ของอำเภอ จึงได้เพิ่มเขตปกครองท้องถิ่นขึ้น  ตั้งเป็นตำบลไชยสถานตามชื่อของหนานใจ  และเปลี่ยนเป็นไชยสถาน อันหมายถึง  สถานที่อันเป็นชัยยะมงคล
ตำบลไชยสถาน ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของ อำเภอสารภี ประกอบไปด้วย 8 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านต้นโชคหลวง, หมู่ที่ 2 บ้านศรีสองเมือง, หมู่ที่ 3 บ้านศรีบุญเรือง, หมู่ที่ 4 บ้านนันทาราม, หมู่ที่ 5 บ้านยวม, หมู่ที่ 6 บ้านโพธิมงคล, หมู่ที่ 7 บ้านเชียงขาง, หมู่ที่ 8 บ้านต้นยางหลวง
 


ประวัติความเป็นมาของบ้านต้นโชคหลวง
บ้านต้นโชคหลวง  มีพื้นที่ประมาณ  ๔๕  ไร่  มีรูปลักษณ์เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ไม่ปรากฏปีที่สร้างและผู้สร้าง  ข้อสันนิษฐานของชาวบ้านว่า  ตั้งชื่อบ้านต้นโชคหลวง  ตามชื่อต้นโชค หรือ ต้นตะครือป่าโชค  ซึ่งมีอยู่บริเวณนี้  มีบอนมาก  ชาวบ้านนิยมปลูกถือว่าเป็นไม้มงคล
 


ประวัติความเป็นมาของบ้านศรีสองเมือง
บ้านศรีสองเมือง  หมู่  ๒  เดิมชื่อว่า บ้านพันกลอย    ออกเสียง  “ ปันก๋อย ”  กลอย  เป็นพืชมีหัว   ตระกูลมัน  นำหัวมาตมกิน  หรือนึ่งกินได้   มีพื้นที่ประมาณ  ๑๖๐  ไร่  มีรูปลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า  แต่เดิมหมู่บ้านนี้เต็มไปด้วยสัตว์ต่าง ๆ มากมาย  เช่น  งู  เสือ  ฯลฯ  เป็นป่ารก  จนชาวบ้านไม่กล้าที่จะเข้าไป  จึงเรียกว่า  พันกลอย  (เป๋นดีกั๊ว)  ต่อมามีพระภิกษุได้พาชาวบ้านหักร้างถางพง  พบซากเจดีย์  อุโบสถ  จึงทำการบูรณะให้เป็นศูนย์กลางของการตั้งบ้าน  (สร้างหมู่บ้าน)  เรียกชื่อว่า  วัดพันกลอย  และได้มีคำบอกเล่าว่า  บริเวณกลางประตูวัดด้านเหนือ  ผู้สร้างได้บรรจุเต่าทองคำไว้  และเขียนลายแทงว่าให้ขุดขึ้นมาได้สำหรับบูรณะวัด  และให้ชื่อว่า  บ้านพันกลอย  บริเวณใกล้ ๆ กันพบวัดร้างอีก  ๒  วัด  ตั้งเฉียงเป็นสามเหลี่ยมเรียกว่า  วัดสามเส้า  ต่อมาทั้ง  ๓  วัดนี้ได้ร้างไป  จนกระทั่งพระภิกษุเทพินได้บูรณะขึ้นใหม่  เปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีสองเมือง  หมู่บ้านนี้จึงได้ชื่อตามชื่อวัดว่า  บ้านศรีสองเมือง  อันหมายถึง  สะหรี  (มิ่งขวัญ)  ของเมือง (บ้าน)  ชาวบ้านอพยพมาอยู่ส่วนใหญ่จะอพยพมาจากบ้านต้นโชตหลวง



ประวัติความเป็นมาของบ้านศรีบุญเรือง
- บ้านศรีบุญเรือง  หมู่  3  มีพื้นที่  471  ไร่  รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า  เดิมชื่อ บ้านโรงวัว  จากคำบอกเล่า ๆ ว่า  บ้านนี้เป็นที่ตั้งโรง (ผาม)  สำหรับเลี้ยงวัวของเจ้านายในเมืองเชียงใหม่  เพื่อจะใช้ในการขนข้าวที่เกี่ยวแล้วไปเก็บไว้ในยุ้งฉาง  ภายหลังเมื่อไม่มีการเลี้ยงวัว  ชาวบ้านจึงจั้งชื่อใหม่เป็นบ้านศรีบุญเรือง  อันหมายถึง  ต้นโพธิ์  (ศรี – สะหรี)  ที่ผู้มีบุญนำมาปลูกไว้เพื่อเป็นที่เคารพบูชาเพื่อความเป็นศิริมงคล  มีความเจริญรุ่งเรือง
 


ประวัติความเป็นมาของบ้านนันทาราม
- บ้านนันทาราม   หรือ นันตะราม  หมู่  ๔  มีพื้นที่ประมาณ  ๒๘๙  ไร่  ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู  หมู่บ้านนี้เป็นชาวไทยเขิน  ซึ่งอพยพมาจากเมืองเชียงตุงในช่วงของพระเจ้ากาวิละ  นำโดยส่างนันต๊ะ  เมื่อมาตั้งบ้านจึงตั้งชื่อตามผู้นำ  ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านจะประกอบอาชีพทำเครื่องเขิน  เครื่องเงิน  ต่อมาชาวบ้านบางกลุ่มได้อพยพไปอยู่ในเขตอำเภอเมือง  (บ้านนันทาราม)  และที่อำเภอหางดง  (บ้านหารแก้ว)  แต่ก็ยังไปมาหาสู่กันจวบจนปัจจุบัน

 

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านยวม
- บ้านยวม  (ริมกวง)  หมู่  5  มีเนื้อที่ประมาณ  580  ไร่  จากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่บ้านได้ความว่า  สร้างขึ้นประมาณ  พ.ศ. 2350  รูปลักษณ์ของหมู่บ้านคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า  นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านเล่าอีกว่า  บริเวณที่ตั้งหมู่บ้าน  มีต้นยวม  ขึ้นอยู่หนาแน่น  ชาวบ้านยังได้เก็บไปเป็นอาหาร  และอีกกระแสหนึ่งเล่าว่า  ชาวบ้านที่มาร่วมกันสร้างบ้านแปลงเมืองนั้น  เป็นชาวไตที่อพยพมาจากบ้านยวม  ในเขตของพม่า  เมื่อมาตั้งบ้านจึงใช้ชื่อตามบ้านเดิมที่ตนอพยพมา
 


ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านโพธิมงคล
- บ้านโพธิมงคล  หมู่   6   เดิมชื่อว่า  บ้านมังกะละโป  สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2400  มีพื้นที่ประมาณ  130  ไร่  หัวหน้าทหารพม่าเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น  มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ประวัติความเป็นมาจากตำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า  สมัยสงครามโลกครั้งที่  1  ได้มีทหารพม่านำกองทัพมาพัก ณ ที่แห่งนี้  แล้วสร้างวัดเพื่อเป็นสถานที่พัก  เพื่อให้จิตใจสงบ  หัวหน้าทหารพม่า ชื่อ มังกะละ  ชาวบ้านเรียกว่า  วัดมังกะละโป  (คำว่า  โป  ในภาษาพม่า  แปลว่า หัวหน้า)    ตามชื่อผู้สร้าง  มีข้อน่าสังเกตว่า  วัดนี้จะหันหน้าไปทางทิศเหนือซึ่งแตกต่างไปจากวัดในละแวดอื่น  ซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก  และต่อมาชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นจึงเรียกหมู่บ้านแห่งนี้ว่า  มังกะละโป    ต่อมาชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านใหม่ว่า  หมู่บ้านโพธิมงคล
 


ประวัติความเป็นมาของบ้านเชียงขาง
บ้านเชียงขาง   หมู่  7   มีพื้นที่ประมาณ  1,700  ไร่  รูปลักษณ์ของหมู่บ้านเป็นรูปสามเหลี่ยม  ตั้งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2385  ชาวบ้านอพยพมาจากบ้านเชียงขาง  อำเภอเชียงแสน  จังหวัดเชียงราย  เมื่อมาตั้งบ้านก็ใช้ชื่อบ้านเดิมที่เคยอยู่  ประกอบอาชีพทำของ  (เหล็กหล่อ)  เป็นกะทะ  เรียกตามภาษาชาวบ้านว่า  หม้อขาง  และการค้าขายระหว่างเมืองเชียงใหม่  เชียงแสน และเชียงตุง  โดยใช้วัวต่าง ม้าต่าง ว่าเป็นพ่อค้าวัวต่าง
 
 

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านบ้านต้นยางหลวง 
          - บ้านต้นยางหลวง  หมู่  ๘   มีพื้นที่ประมาณ  ๒๗๐  ไร่  รูปลักษณ์ของหมู่บ้านเป็นรูปวงกลม  จากคำบอกเล่า ๆ ว่า  มีพระภิกษุทางใต้ได้ธุดงค์มาเห็นบริเวณนี้ร่มครึ้มด้านต้นยาง  และป่าละเมาะ  จึงสร้างวัดขึ้น  เรียกชื่อวัดต้นยางหลวง  ตามต้นยางที่มีอยู่บริเวณนั้น  เมื่อชาวบ้านมาพบพระภิกษุเกิดศรัทธาเลื่อมใสพากันอพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่รอบ ๆ  และตั้งชื่อหมู่บ้านตามชื่อวัดว่า  บ้านต้นยางหลวง
 


  แจ้งเหตุด่วน โทร. ๐๕๓-๐๒๑๑๓๒ร้องทุกข์-ร้องเรียน ๐๕๓-๔๓๘๑๑๐-๑ หรือ ตู้ปณ ๑๗ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐